MElibrary

 

Review

ในการทดลองนี้ใช้เครื่องดูดความชื้นแบบแพ็คเบดและใช้สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ที่มีความเข้มข้น 25% และ 30% โดยมวล เปรียบเทียบกับการทดลองที่ความเข้มข้น 40% โดยมวล โดยมีการแปรค่าอัตราการไหลของอากาศที่ต้องการดูดความชื้น 5 ค่า คือ 35, 110, 185, 260 และ 335 CFM และอัตราการไหลของสารดูดความชื้น 5 ค่า คือ 1, 3, 5, 7 และ 9 LPM ส่วนอุณหภูมิและความชื้นของอากาศเป็นสภาพอากาศจริงที่ไม่ได้ควบคุม และอุณหภูมิของสารละลายขึ้นอยู่กับสภาพอากาศจริงเช่นกันเนื่องจากใช้น้ำหล่อเย็นที่มาจากหอผึ่งเย็น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การแปรค่าเพิ่มของอัตราการไหลของอากาศจะส่งผลให้อัตราการดูดความชื้นเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจะส่งผลให้ประสิทธิผลของกระบวนการดูดความชื้นลดลง ในส่วนการแปรค่าเพิ่มของอัตราการไหลของสารละลายจะส่งผลให้อัตราการดูดความชื้น และส่วนประสิทธิผลของกระบวนการดูดความชื้นเพิ่ม และในส่วนการแปรค่าเพิ่มของความเข้มข้นของสารละลาย จะส่งผลให้อัตราการดูดความชื้นเพิ่มขึ้น  และประสิทธิผลของกระบวนการดูดความชื้นก็จะเพิ่มขึ้นด้วยในภาพรวม ที่สารละลายเข้มข้น 25% โดยมวล สามารถดูดความชื้นเฉลี่ยได้ในอัตรา 0.0003066 kg/s (เฉลี่ย 9.934 kg ต่อ 9 ชั่วโมง) อากาศที่ทางออกของเครื่องดูดความชื้นเฉลี่ยอยู่ที่ 36 องศาเซลเซียส (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 oC).ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 41.9 %RH ความชื้นจำเพาะเฉลี่ย 0.01591 kgw/kgdry  ที่สารละลายเข้มข้น 30% โดยมวล สามารถดูดความชื้นเฉลี่ยได้ในอัตรา 0.000366 kg/s (เฉลี่ย 11.87 kg ต่อ 9 ชั่วโมง) อากาศที่ทางออกของเครื่องดูดความชื้นเฉลี่ยอยู่ที่ 34 องศาเซลเซียส (เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 oC)  ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 38 %RH ความชื้นจำเพาะเฉลี่ย 0.01313 kgw/kgdry และที่สารละลายเข้มข้น 40% โดยมวล สามารถดูดความชื้นเฉลี่ยได้ในอัตรา 0.000570 kg/s (เฉลี่ย 18.46 kg ต่อ 9 ชั่วโมง) อากาศที่ทางออกของเครื่องดูดความชื้นเฉลี่ยอยู่ที่.37.องศาเซลเซียส.(เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 oC).ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 36.7 %RH ความชื้นจำเพาะเฉลี่ย 0.0142 kgw/kgdry

คำหลัก:   เครื่องดูดความชื้นแบบแพ็คเบด, สารละลายแคลเซียมคลอไรด์, สารดูดความชื้น, อัตราการดูดความชื้น, ประสิทธิผลของกระบวนการดูดความชื้น

This research used the packed bed dehumidifier and calcium chloride solution 25%, 30% and 40% concentration (by mas) as the desiccant. The air flow rate was varied at 35, 110, 185, 260 and 335 CFM; the desiccant flow rate was varied at 1,3,5,7, and 9 LPM. The temperature and humidity of the air was uncontrolled and depending on the ambient condition too, because of the cooling from the cooling tower. The results show that when the air flow rate was increase the moisture removal rate to increase, at the same time, resulting the effectiveness to decrease. When the desiccant flow rate was increased, the moisture removes rate and the effectiveness to increase. When the concentration of desiccant was increased, the moisture removal rate and effectiveness was increased. At 25% concentration (by mass) could the average of moisture remove rate of 0.0003066 kg/s (the average of 9.934 kg per 9 hours). The average temperature of the air leaving the dehumidifier was 36oC (it increased at the average of 1oC ). The average of the relative humidity was 41.9%RH. The humidity ratio was 0.01591 kgw/kgda. At 30% concentration (by mass) could the average of moisture remove rate of 0.000366 kg/s (the average of 11.87 kg per 9 hours). The average temperature of the air leaving the dehumidifier was 34oC (it increased at the average of 1oC ). The average of the relative humidity was 38%RH. The humidity ratio was 0.01313 kgw/kgda. At 40% concentration (by mass) could the average of moisture remove rate of 0.000570 kg/s (the average of 18.46 kg per 9 hours). The average temperature of the air leaving the dehumidifier was 37oC (it increased at the average of 2oC ). The average of the relative humidity was 36.7%RH. The humidity ratio was 0.0142 kgw/kgda.

Key words: packed bed dehumidifier, calcium chloride solution, moisture removal rate, dehumidification effectiveness

Tags: ME